Categories
BLOG

มะเขือเทศ หนึ่งในเคล็ดลับอายุยืนของคนญี่ปุ่น

ผู้เขียนรู้จักคุณตาคุณยายญี่ปุ่นหลายท่านและมีโอกาสได้พูดคุยประสบการณ์เรื่องเคล็ดลับสุขภาพดี ซึ่งหนึ่งในเคล็ดลับสำคัญคือการรับประทานมะเขือเทศ มารู้เคล็ดลับการรับประทานมะเขือเทศแบบให้ได้ประโยชน์ต่อร่างกายอย่างเต็มที่กันนะคะ

ประโยชน์ของมะเขือเทศ

มะเขือเทศอุดมไปด้วยไลโคปีนซึ่งเป็นสารสำคัญที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระชนิดประสิทธิภาพสูงซึ่งมีประโชชน์สำคัญต่อสุขภาพดังนี้คือ ช่วยบำรุงผิวพรรณ ชะลอความแก่ ลดระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งทางเดินอาหาร มะเร็งปากมดลูก มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งผิวหนัง เป็นต้น นอกจากนี้สาร GABA ปริมาณสูงในมะเขือเทศก็ยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดและควบคุมความดันโลหิตในผู้มีความดันโลหิตสูงด้วย

วิธีการรับประทานมะเขือเทศเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด

1. การนำมาให้ความร้อน

มะเขือเทศเป็นผักที่ต่างจากผักทั่วไป ยิ่งผ่านความร้อนหรือผ่านการปรุงอาหารยิ่งทำให้คุณค่าทางอาหารสูงขึ้น เนื่องจากความร้อนจะทำให้การยึดจับของไลโคปีนกับเนื้อเยื่อของมะเขือเทศอ่อนตัวลง ทำให้ร่างกายสามารถนำไลโคปีนไปใช้ได้ดีกว่า นอกจากนี้ความร้อนและกระบวนการต่าง ๆ ในการผลิตผลิตภัณฑ์มะเขือเทศยังทำให้ไลโคปีนเปลี่ยนจากไลโคปีนชนิดออลทรานส์ (all-trans-isomers) เป็นชนิดซิส (cis -isomers) ซึ่งเป็นชนิดที่ละลายได้ดีขึ้นและร่างกายนำไปใช้ได้ดีกว่า

2. การรับประทานกับน้ำมัน

ไลโคปีนละลายได้ดีในไขมัน การรับประทานไลโคปีนกับน้ำมัน เช่น น้ำมันมะกอก จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น ผัดผักมะเขือเทศและอาหารอิตาเลียนที่ได้จากการผสมน้ำมันมะกอกและมะเขือเทศเข้าด้วยกันจึงเป็นตัวเลือกที่ดีต่อสุขภาพ ทั้งนี้คนญี่ปุ่นจำนวนมากใช้วิธีการดื่มน้ำมะเขือเทศผสมกับน้ำมันมะกอกในทุกเช้า

3. เวลาในการรับประทานมะเขือเทศ

เราสามารถรับประทานมะเขือเทศได้ทั้งวัน แต่จากการวิจัยพบว่าเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการรับประทานมะเขือเทศคือในมื้อเช้า เนื่องจากเป็นเวลาที่ร่างกายสามารถดูดซึมไลโคปีนได้ดีกว่าเวลาอื่น ๆ อีกทั้งการดื่มนมไปพร้อมกับการรับประทานมะเขือเทศหรือดื่มน้ำมะเขือเทศจะยิ่งทำให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรง

 

ได้รู้เคล็ดลับดี ๆ ในการรับประทานมะเขือเทศแล้ว อย่าลืมลองเอาไปปฏิบัติดูนะคะ คนใกล้ตัวผู้เขียนคือคุณพ่อสามีชาวญี่ปุ่นดื่มน้ำมะเขือเทศกับน้ำมันมะกอกทุกเช้า แม้วัยเข้าแปดสิบแล้วแต่หน้าตายังอ่อนกว่าวัยเป็น 10 ปี และมีสุขภาพแข็งแรงมากค่ะ  สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

6 อาหารที่คนญี่ปุ่นแนะนำว่าเป็นตัวช่วยที่ดีในการลดความเครียด

หากรู้สึกเครียดบ่อย ๆ คงไม่ดีต่อสุขภาพในระยะยาวแน่ ๆ คนญี่ปุ่นแนะนำอาหารที่ช่วยในการลดความเครียด ได้แก่อาการที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 1 วิตามินบี 5 วิตามินซี โปรตีน แคลเซียม แมกนีเซียม และวิตามินอี เป็นต้น ซึ่งช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาท  ฮอร์โมน ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยในการไหลเวียนที่ดีของเลือด และส่งเสริมการสังเคราะห์ของสารสื่อประสาทที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยป้องกันและบรรเทาความเครียดได้

มาดูกันว่าอาหาร 6 ชนิดที่คนญี่ปุ่นแนะนำว่าช่วยลดความเครียดได้อย่างเป็นผลดีนั้นมีอะไรบ้างนะคะ

1. เนื้อหมู

เนื้อหมู

เนื้อหมูสันในและสันนอกอุดมไปด้วยวิตามินบี 1 โดยในเนื้อหมูสันในและสันนอก 100 กรัม จะมีวิตามินบี 1 ถึง  0.90-0.98 มิลลิกรัม ในหนึ่งวันผู้ชายต้องการวิตามินบี 1 ปริมาณ 1.4  มิลิกรัม ส่วนผู้หญิงต้องการวิตามินบี 1 ปริมาณ 1.1 มิลลิกรัม ดังนั้นการรับประทานเนื้อหมูสันในหรือสันนอกในปริมาณวันละ 100 กรัม ก็เพียงพอที่จะรับปริมาณวิตามินบี 1 เพื่อช่วยต่อสู้กับความเครียดได้แล้ว ในเนื้อหมูนอกจากจะอุดมไปด้วยวิตามินบี 1 แล้วก็ยังอุดมไปด้วยโปรตีนคุณภาพดีที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างฮอร์โมนและสารสื่อประสาทที่ช่วยป้องกันและบรรเทาความเครียดได้

2. ปลาคัตสึโอะ

ปลาคัทสึโอะ

ปลาคัตสึโอะหรือปลาโอดิบเป็นเมนูเด่นที่ช่วยคลายความเครียดได้ดี เนื่องจากเนื้อปลาอุดมไปด้วยวิตามินบี 5 หรือกรดแพนโทเทนิก (Pantothenic acid) ซึ่งเป็นวิตามินที่ช่วยในการทำงานของต่อมอะดรีนัล และช่วยกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนสำคัญที่รักษาสุขภาพของผิวหนังและระบบประสาท อีกทั้งยังช่วยในการสร้างฮอร์โมนอะดรีโนคอร์ติคอล (Adrenocortical hormone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่หลั่งออกมาจากต่อมหมวกไตเพื่อต่อต้านความเครียดและทำให้ร่างกายทนต่อความเครียดได้ดีขึ้น นอกจากนี้ปลาคัตสึโอะยังอุดมไปด้วยวิตามินบี 12 ที่ช่วยเสริมสร้างการผลิตเม็ดเลือดแดงและช่วยคงระบบการทำงานที่ดีของระบบประสาท

3. ถั่วต่าง ๆ

ถั่ว

ถั่วต่าง ๆ อุดมไปด้วยแมกนีเซียม โดยในถั่ว 100 กรัมจะมีแมกนีเซียมถึง 200 มิลลิกรัม แมกนีเซียมเป็นแร่ธาตุที่สำคัญในการสังเคราะห์สารเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยให้รู้สึกเบิกบาน ผ่อนคลาย และมีความมั่นคงในจิตใจ นอกจากนี้แมกนีเซียมยังเป็นแร่ธาตุมีบทบาทสำคัญในสร้างความสมดุลของฮอร์โมนคอร์ติซอลในร่างกาย ส่งผลช่วยให้ร่างกายจัดการความเครียดและป้องกันโรคที่เกิดจากความเครียดได้ อย่างไรก็ตามในถั่ว 10 กรัมนั้นมีพลังงานถึง 60 กิโลแคลอรี่  ดังนั้นอาจจะต้องระวังว่าไม่รับประทานถั่วต่าง ๆ ในปริมาณที่มากเกินไป

4. กล้วย

กล้วย

กล้วย 1 ผลให้พลังงานเพียง 80 กิโลแคลอรี่ แต่อุดมไปด้วยวิตามินบีซึ่งช่วยลดความเหนื่อยล้าและช่วยลดความเครียด และมีแมกนีเซียมซึ่งมีบทบาทสำคัญในการทำให้รู้สึกผ่อนคลายและมีจิตใจเบิกบาน นอกจากนี้กล้วยยังอุดมไปด้วยกรดอะมิโนทริปโตเฟนซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสร้างสารสื่อประสาทเซโรโทนินด้วย

5. นมและโยเกิร์ต

นม

 

นมและโยเกิร์ตอุดมไปด้วยแคลเซียมที่มีบทบาทสำคัญในการทำให้จิตใจมั่นคง ช่วยให้ไม่รู้สึกหงุดหงิดง่าย และมีกรดอะมิโนทริปโตเฟนซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสร้างสารเซโรโทนิน

6. ผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี

กีวี่

กีวี่ ส้ม และเลมอน เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดความเครียด ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแร งและช่วยให้ผิวพรรรณสวยงาม

ความเครียดเกิดได้กับทุกคน ทุกเพศ และทุกวัย คนเรามีวิธีการขจัดความเครียดที่แตกต่างกัน ทั้งออกกำลังกาย นอนหลับพักผ่อน ไปเที่ยว ไปซื้อของ รวมถึงการทำใจให้สงบและการเจริญสมาธิ ทั้งนี้การกินก็เป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ อย่างไรก็ตามแทนรับประทานของหวานหรือของกินเล่นอาจก่อให้เกิดโทษต่อร่างกายในภายหลังได้ จึงอยากแนะนำให้ลองมารับประทานอาหารที่มีประโยชน์ข้างต้นดูนะคะ    สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

Categories
BLOG

ชวนมาดูของฝาก-ของกินเล่นธีมซากุระสุดน่ารักใน Tokyo Solamachi!

นับเป็นเรื่องดีสำหรับใครที่ชอบขนมหวานกับดอกซากุระสีชมพูน่ารักสดใสสไตล์ญี่ปุ่น เพราะใน Tokyo Solamachi (เริ่มตั้งแต่ 1 มีนาคม 2021 ถึง 11 เมษายน 2021) ได้มีการจำหน่ายขนมและเมนูในธีมซากุระตามฤดูกาล เช่น แพนเค้กและไอศกรีมสีสันสดใส เพื่อให้เข้ากับช่วงเวลาอันสดใสของฤดูใบไม้ผลิ พร้อมของฝากธีมซากุระสุดน่ารักอย่างคุกกี้ซากุระ ฟีน็องซีเย (ขนมฝรั่งเศสทรงคล้ายทองแท่ง) และอื่นๆ อีกมากมายที่เราจะนำมาเสนอกัน!

ไอศกรีมชมซากุระ

ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟเฉพาะของ Solamachi อัดแน่นด้วย Bavarois ซากุระ เยลลี่ ไอศกรีมมัชฉะ ช็อกโกแลตซากุระ ดังโงะซากุระ และถั่วแดง ให้ความรู้สึกถึงสีสันของฤดูใบไม้ผลิราวกับกำลังชมซากุระไปด้วย

ไอศกรีมชมซากุระ : ราคา 800 เยน
Gion Tsujiri [衹園辻利] (East Yard ชั้น 6)
ระยะเวลาจำหน่าย: 1 มีนาคม 2021 ถึง 30 เมษายน 2021

อิมพีเรียลวิลล่าซากุระชีสเค้ก

เค้กที่ผสมแป้งกับชีสหลากหลายชนิด ยัดไส้ถั่วกวนซากุระ โดยมีใบซากุระหมักเกลือที่สับละเอียดผสมกับถั่วกวนซากุระที่ช่วยเพิ่มความเข้มข้นของชีส พร้อมด้วยรสเค็มที่เป็นเอกลักษณ์ของดอกซากุระอีกด้วย

อิมพีเรียลวิลล่าซากุระชีสเค้ก (มีจำนวนจำกัด) : 1 ชิ้น 500 เยน / 1 ก้อน 1,450 เยน
Cheese garden [チーズガーデン] (Toweryard ชั้น 2)
ระยะเวลาจำหน่าย: ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2021 เป็นต้นไป

แพนเค้กฤดูใบไม้ผลิรสซากุระโมจิ

ไอศกรีมกลิ่นซากุระนุ่มฟูที่ตกแต่งด้วยใบซากุระ ราดด้วยท็อปปิ้งแพนเค้กที่เป็นที่นิยมของ Coconoha พร้อมถั่วแดง และโมจิสีขาว

แพนเค้กฤดูใบไม้ผลิรสซากุระโมจิ : ราคา 935 เยน
Coconoha [ココノハ] (Westyard ชั้น 4)
ระยะเวลาจำหน่าย: 1 มีนาคม 2021 ถึง 11 เมษายน 2021

ขนมมักเวิร์ทซากุระ

ทำโดยร้านเบเกอรี่ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1969 เป็นขนมปังที่มีแป้งผสมมักเวิร์ทและไส้ถั่วกวนซากุระ ซึ่งเหมาะที่จะนำมารับประทานเพื่อเพลิดเพลินไปกับการชมดอกซากุระเป็นอย่างดี

ขนมมักเวิร์ทซากุระ (มีจำนวนจำกัด) : ราคา 172 เยน
Pompadour [ポンパドウル] (Westyard ชั้น 2)
ระยะเวลาจำหน่าย: 1 มีนาคม 2021 ถึง 31 มีนาคม 2021

โตเกียวบิโยริซากุระ

ข้าวเกรียบ (เซมเบ้) ที่ใส่ลงในกล่องรวมกันหกชนิดตามฤดูกาล เช่น ‘กุ้งขาวโอคาคิ’ พร้อมดอกซากุระสามชนิดที่เหมาะสำหรับฤดูใบไม้ผลิ และเซมเบ้ก็เป็นข้าวเกรียบที่ทุกคนชื่นชอบในการนำมารับประทานแบบเพลินๆ เป็นขนมขบเคี้ยวอีกด้วย

โตเกียวบิโยริซากุระ : ราคา 1,680 เยน (22 ถุง)
Fujimido [富士見堂] (Toweryard ชั้น 2)
ระยะเวลาจำหน่าย: 11 กุมภาพันธ์ 2021 – จนกว่าสินค้าจะหมด

ฟีน็องซีเยแซนด์บ็อกส์ซากุระและมัทฉะ

สินค้าพิเศษเฉพาะฤดูใบไม้ผลิที่มีสองอย่างคือ ‘ฟีน็องซีเยแซนด์บ็อกส์ซากุระ’ สอดไส้ไวท์ช็อกโกแลตพร้อมท็อปปิ้งเป็นวอลนัทคั่วกับเกล็ดสตรอเบอร์รี่ และ ‘ฟีน็องซีเยแซนด์บ็อกส์มัทฉะ’ สอดไส้ช็อกโกแลตพร้อมท็อปปิ้งเป็นวอลนัทคั่ว และถั่วพิสตาชิโอ

ฟีน็องซีเยแซนด์บ็อกส์ซากุระ และมัทฉะ (มีจำนวนจำกัด) : ราคา 1,500 เยน (4 ชิ้น)
Afternoon Tea Room [アフタヌーンティー・ティールーム] (East Yard ชั้น 3)
ระยะเวลาจำหน่าย: 25 กุมภาพันธ์ 2021 ถึง 21 เมษายน 2021

คุกกี้ซากุระ

 

ขนมคุกกี้รูปใบไม้และดอกซากุระที่มีส่วนผสมของผงดอกซากุระและผงใบซากุระจริงๆ มาพร้อมกล่องแพ็กเกจจิ้งสุดน่ารักสีชมพูลายซากุระที่เหมาะจะนำไปเป็นของฝากเล็กๆ น้อยๆ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิเป็นอย่างมาก

คุกกี้ซากุระ: ราคา 594 เยน
FluriaRuysdael [フルーリア ロイスダール] (Toweryard ชั้น 2)
ระยะเวลาจำหน่าย: 1 มีนาคม 2021 – จนกว่าสินค้าจะหมด

ซากุระโมจิ

ซากุระโมจิ ขนมญี่ปุ่นดั้งเดิมทำจากแป้งสีซากุระที่อบอย่างพิถีพิถันโดยช่างทำขนมชาวญี่ปุ่นของ Asakusa Umezono ร้านขนมเก่าแก่ในอาซากุสะที่เปิดมาตั้งแต่ยุคอันไซ (ช่วงปี ค.ศ. 1855 – 1860) จัดเป็นขนมที่คนรักขนมญี่ปุ่นต่างชื่นชอบจนเรียกว่าไม่อาจต้านทานได้ อีกทั้งยังมีรสชาติเฉพาะตัวของฤดูใบไม้ผลิที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย

ซากุระโมจิ (มีจำนวนจำกัด): ราคา 216 เยน (1 ชิ้น)
Umezono [浅草梅園] (East Yard ชั้น 3)
ระยะเวลาจำหน่าย: 1 มีนาคม 2021 ถึง 4 เมษายน 2021

ถั่วดอกไม้ขาว ดอกซากุระ มองบลังค์ พร้อมเยลลี่ดอกซากุระ และเจราโต้ฟุคิโนโตะ

เมนูสุดเลิศด้วยครีมที่มีส่วนผสมระหว่างถั่วดอกไม้ขาว กับดอกซากุระหมักเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งตกแต่งด้วยเจราโต้ฟุคิโนโตะที่จะทำให้รู้สึกได้ถึงฤดูใบไม้ผลิ และเมื่อคุณได้สัมผัสถึงรสชาติความขมของฟุคิโนโตะ ถั่วขาว และรสเค็มของดอกซากุระพร้อมกันแล้วละก็คุณจะสัมผัสได้ถึงฤดูใบไม้ผลิเลยละ!      สล็อตเว็บตรง

ถั่วดอกไม้ขาว ดอกซากุระ มองบลังค์ พร้อมเยลลี่ดอกซากุระ และเจราโต้ฟุคิโนโตะ : ราคา 950 เยน
Issare Shu Cielo (East Yard ชั้น 30)
ระยะเวลาจำหน่าย: 27 มีนาคม 2021 – 11 เมษายน 2021

Categories
BLOG

สึคุเนะ กับ สึมิเระ ต่างกันตรงไหน? ว่าด้วยอาหารจำพวกลูกชิ้นของญี่ปุ่น

เมื่อวันก่อนผู้เขียนได้ไปกินชาบูที่ร้านชาบูสไตล์ญี่ปุ่นร้านหนึ่ง ตกใจนิดหน่อยว่ามีเมนู “สึคุเนะ” ด้วย มีทั้งแซลมอนสึคุเนะ ไก่สึคุเนะ บอกตรงๆ ว่าหลังจากกลับมาเมืองไทยแล้วไม่ได้เห็นไม่ได้กินสึคุเนะอีกเลย (สมัยอยู่ญี่ปุ่นจะได้กินที่เขาปั้นปิ้งขายตามร้านยากิโทริ) ไหนๆ ก็ได้เจอของกินที่ไม่ได้กินมานานแล้วก็ขอหยิบยกเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังหน่อยนะครับ

สึคุเนะคืออะไร?

สึคุเนะ
สึคุเนะ つくね

ว่าตามคำศัพท์ สึคุเนะ つくね มาจากคำว่า สึคุเนะรุ (捏ねる) แปลว่า “ปั้น นวด คลุก” ก็คือเอาเนื้อสัตว์โดยเฉพาะไก่บด หรือบางทีก็เนื้อปลาบด มาคลุกๆ (คลุกไข่ไก่ หรือมันเทศ หรือแป้งขนมปัง ให้เนื้อสัตว์บดมันเหนียว ใส่เครื่องปรุงรสอย่างขิง เกลือ โชยุ) นวดๆ ปั้นเป็นลูกชิ้นกลมๆ หรือเป็นแท่ง ถ้าเป็นสึคุเนะเนื้อไก่ บางทีก็ใส่ต้นหอมหรือหอมหัวใหญ่สับละเอียด หรือใส่กระดูกอ่อนไก่ผสมไปด้วยก็มี แบบใส่กระดูกอ่อนผู้เขียนเคยกินตามร้านที่เขาขายยากิโทริ สึคุเนะนั้นเอาไปทำของต้มก็ได้ (เช่นเอาใส่โอเด้ง) ปิ้งก็ได้ ทอดก็ยังได้

สึมิเระคืออะไร?

สึมิเระ
สึมิเระ つみれ (摘入)

ว่าตามคำศัพท์ สึมิเระ つみれ (摘入) มันคือการเอาคำว่า ทสึมุ (摘む) แปลว่า “จีบนิ้วหยิบ” มาสนธิกับคำว่า อิเระรุ (入れる) คือเอาเนื้อที่บดแล้ว (โดยมากเป็นปลา เช่นปลาอิวาชิ) เอานิ้วจีบ (หรือเอาช้อนหรือไม้พายตัก) แล้วหยอดลงน้ำร้อนในหม้อ โดยมากทำเป็นซุป (ต้มจืด)

ปัญหาก็คือ คนสมัยนี้โดยมากเข้าใจกันไปว่า ถ้าพูดคำว่า สึคุเนะ ต้องหมายถึงหมูไก่ ถ้าพูดถึงปลาถึงจะเรียกว่า สึมิเระ แต่จริงๆ ถ้าว่าตามศัพท์มันอยู่ที่ว่าแค่จีบนิ้วขยุ้มหรือตักหยอดใส่น้ำร้อน หรือว่าปั้นไว้ก่อนแค่นั้นเอง ไม่เกี่ยวกับว่าเป็นหมูไก่หรือปลาแต่อย่างใด

อ้าวแล้วอย่างเนื้อไก่หรือปลาบดที่เสิร์ฟมาในกระบอกเลียนแบบกระบอกไม้ไผ่ แล้วเราเอาไม้พายตักใส่หม้อน้ำซุป ก็ต้องเรียกว่า “สึมิเระ” น่ะสิ ถึงจะเป็นเนื้อไก่ก็ต้องเรียก “สึมิเระเนื้อไก่” หรือเปล่า?

ซุปสุมิเระเนื้อไก่ 鶏のつみれ汁

แต่เนื้อไก่บดปรุงรสที่ปั้นปิ้งนี่เรียกว่า “สึคุเนะ” แน่ๆ และ “หมูปั้นปิ้ง” ของไทยนี่ก็อาจเรียกได้ว่าเป็นสึคุเนะเนื้อหมูแบบไทยๆ ด้วย ส่วน “ลูกชิ้นปลา” อย่างที่กินกันในบ้านเรานั้น (ซึ่งจริงๆ มาจากแต้จิ๋วหรือฮกเกี้ยน) ก็จัดว่าเป็น “สึมิเระ” ได้เหมือนกันนะครับ    สล็อตเว็บตรง

 

พรุ่งนี้ซื้อ “หมูปั้นปิ้ง” สึคุเนะแบบไทยๆ กินดีกว่าครับ (ฮา)

Categories
BLOG

จัดอันดับ ไอศกรีมญี่ปุ่นสุดคลาสสิกที่ทั้งถูกและอร่อย!

วันนี้เราขอนำเสนอ! ไอศกรีมจากญี่ปุ่นที่ไม่ว่าจะฤดูกาลไหนก็มีให้ซื้อตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะในซูเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านสะดวกซื้อทั่วไปในญี่ปุ่น อ๊ะ! แต่อย่าเพิ่งเสียใจไป เพราะว่าไอศกรีมบางอันก็หาซื้อได้ในร้านขายของญี่ปุ่นในไทยหรือในเซเว่นด้วยนะ! การจัดอันดับต่อไปนี้มาจากเว็บ goo ranking อยากรู้กันแล้วใช่ไหมว่ามีไอศกรีมอะไรบ้าง…ไปดูกันเลย!

อันดับ 1 Gari-Gari-kun

‘Gari-Gari-kun’ หรือ การิการิคุง กำเนิดที่ประเทศญี่ปุ่นและวางจำหน่ายในปี ค.ศ. 1981 นับเป็น 40 ปีตั้งแต่จำหน่าย ซึ่งชื่อของผลิตภัณฑ์นั้นได้มาจากเสียงกัดน้ำแข็งไส และลักษณะเฉพาะของหัวอิกากุริหรือเรียกง่ายๆ ว่าทรงผมอิคคิวซังที่พวกเรารู้จักกันดี ดังนั้นพอมารวมมิตรกันแล้วเลยกลายเป็นชื่อ การิการิคุง นั่นเอง

ก่อนที่จะมาเป็น Gari-Gari-kun เหมือนในปัจจุบันนั้น สมัยก่อนเริ่มต้นมาจากน้ำแข็งไสถ้วยที่มีชื่อว่า ‘Akagi Shigure’ ซึ่งวางจำหน่ายเมื่อปี ค.ศ. 1964 และในเวลาต่อมาได้มีการต่อยอดพัฒนาเพื่อให้เข้ากับลักษณะการใช้ชีวิตของเด็กๆ ที่ชอบกินไปเล่นไป เลยกำเนิดเป็นน้ำแข็งใสเคลือบด้วยไอกรีมที่ทำให้ถือกินง่ายขึ้น และได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน

อันดับ 2 Giant cone

‘Giant Cone’ หรือไจแอนท์โคน วางจำหน่ายมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1963 เมื่อก่อนมีชื่อว่า Glico Cone (กูลิโกะโคน) สินค้านี้มีเอกลักษณ์เฉพาะด้วยทุกรสสัมผัสของไอศกรีมเนื้อแน่นครีมนุ่มโรยหน้าด้วยช็อกโกแลตท็อปปิ้งกรุบกรอบ อร่อยเต็มๆ โคน ความอร่อยที่ลงตัวนี้เป็นรสชาติและเนื้อสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างขึ้นจากการผสมผสานของช็อกโกแลตกับไอศกรีมวานิลลา ในเวลาต่อมาได้มีการเพิ่มช็อกโกแลตยัดไส้ตรงปลายโคนเพิ่มขึ้น จนกลายเป็นไอศกรีมที่สามารถเพลิดเพลินได้จนคำสุดท้าย

อันดับ 3 Meiji Essel Super Cup

ไอศกรีมถ้วย ‘Meiji Essel Super Cup’ มีรสชาติเข้มข้น คุณสามารถเพลิดเพลินกับไอศกรีมที่มีเนื้อเนียน ด้านในจะมีที่ปิดอีกชั้น ทำให้เก็บรักษาความอร่อยของไอศกรีมต่อได้ เมื่อเปิดฝากลิ่นหอมของวานิลลาถึงกับลอยมาแตะจมูกคุณเลยทีเดียว! แม้รสชาติจะแสนเข้มข้น แต่ด้วยรสสัมผัสที่สดชื่น จึงทานได้อย่างเอร็ดอร่อยจนถึงคำสุดท้าย นอกจากรสวานิลลาที่เปิดตัวในปีค.ศ. 1994 เป็นผลิตภัณฑ์แรกในซีรีส์แล้ว ก็ยังมีรสมัทฉะและช็อกโกแลตคุกกี้อีกด้วย ยังไม่หมดแค่นี้! ยังมีรสชาติตามฤดูกาลอื่นๆ อีกด้วยนะ ไอศกรีมถ้วยแสนอร่อย ราคาถูก และได้ปริมาณเยอะแบบนี้เป็นใครๆ ก็ติดใจกันทั้งนั้น!

อันดับ 4 Choco Monaka Jumbo

อันดับ 5 Lotte Sou

อันดับ 6 Morinaga Pino

อันดับ 7 Morinaga Mow

อันดับ 8 (ผลโหวตคะแนนเท่ากัน)

Marunaga Shirokuma

Ita Chocolate Ice Cream

Gatsunto

 

ดูน่ากินมากเลยใช่ไหมคะ เห็นแบบนี้แล้วแทบเลือกไม่ถูกจนอยากลองไปหมดทุกอันเลยนะคะเนี่ย เอาล่ะค่ะพอคิดแบบนี้แล้วก็อย่ารอช้า…ไปบุกเซเว่น หรือร้านขายของญี่ปุ่นในไทยกันเถอะ!

สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

Categories
BLOG

เหล่าแม่บ้านสงสัย “เมนูข้าวอบ” ต้องมีกับข้าวเสริมหรือไม่ ?

炊き込みご飯 (takikomi gohan) หรือข้าวอบแบบญี่ปุ่น อีก 1 เมนูอาหารญี่ปุ่นแสนอร่อยที่มีส่วนผสมหลากหลาย ปรุงแต่งรสอย่างเอร็ดอร่อยแล้วหุงพร้อมกับข้าวสวย สามารถทานได้เลยโดยแทบไม่ต้องมีเครื่องเคียง ทำให้ใครหลายๆ คนอาจคิดว่าไม่ต้องมีกับข้าวก็ได้ แต่บางคนก็คิดว่ายังไงก็ต้องมีกับข้าวเสริม มีคุณแม่บ้านจากเว็บไซต์ mamastar ตั้งคำถามขึ้นมาว่า

“เวลาทำข้าวอบ ต้องมีกับข้าวอะไรเพิ่มด้วยมั้ยคะ? ปกติจะกินกับสลัดแล้วก็พวกซุป อย่างซุปผัก ซุปหมู ซุปใส่ลูกชิ้น แต่วันนี้เพื่อนถามว่าไม่มีกับข้าวอย่างอื่นเพิ่มเหรอ ฉันเลยประหลาดใจมาก”

คุณแม่บ้านท่านอื่นๆ จะทำกับข้าวหลักกันบ้างหรือเปล่า ลองไปดูความเห็นกันค่ะ

ทีมไม่ทำกับข้าวหลัก

“เวลาทำข้าวอบจะกินกับซุปหมู ไม่จำเป็นต้องมีกับข้าวหลัก ถ้ากินกับกับข้าวที่รสชาติเข้มๆ ข้าวอบจะเสียรสชาติ”

“ฉันก็ชอบกินแค่กับพวกซุป มันเข้ากันดีมากกับข้าวอบ”

“แค่เครื่องเคียงอย่างซุปกับสลัดก็พอ ไม่จำเป็นต้องมีกับข้าวหลัก”

คุณแม่บ้านบางคนเลือกที่จะไม่ทำกับข้าวหลักเมื่อทำเมนูข้าวอบ หากกินกับซุป ในซุปก็จะมีทั้งเนื้อทั้งผักเยอะอยู่แล้ว ปริมาณเท่านี้ก็น่าจะอิ่มท้องได้สบายๆ นอกจากนี้ หากกินกับกับข้าวที่มีรสชาติจัดจ้าน มันอาจไปตัดรสชาติของข้าวอบทำให้กินข้าวอบได้ไม่อร่อย งั้นเราลองไปดูกันว่าบรรดาแม่ๆ เขาทำเครื่องเคียงอะไรกันบ้าง

เครื่องเคียงรสชาติเบาๆ

“ส่วนใหญ่ที่บ้านก็ทำแค่ซุปหมู หรือไม่ก็เครื่องเคียงที่เป็นพวกผักต้ม แต่ไม่ได้ทำเมนูที่เป็นกับข้าวขนาดนั้น”

“กินกับเครื่องเครียงที่รสชาติเบาๆ อย่างชิระอาเอะ (สลัดผักบด) เต้าหู้อุ่น เต้าหู้เย็น แล้วก็พวกซุป”

แม้จะไม่ใช่กับข้าวหลัก แต่คุณแม่บางคนก็เตรียมเป็นเครื่องเคียงแทน อย่างพวกผักปวยเล้ง กวางตุ้งญี่ปุ่น ก็ทำเป็นโอฮิตาชิได้ (ผักต้มราดซอส) มีรสชาติสดชื่นเข้ากันได้ดีกับข้าวอบ บางคนกินกับเครื่องเคียงจากเต้าหู้ จะมีรสชาติอ่อนๆ จับคู่กับรสชาติของข้าวอบได้ง่าย

ปลาปรุงรสง่าย ๆ

“บางทีก็กินกับปลาแบบง่ายๆ อย่างปลาชิชาโมะหรือไม่ก็ซาบะย่างเกลือ”

“มีซุปหมูแล้วก็มีปลา ทั้งปลาต้ม ปลาย่าง ซาชิมิ”

ปลาย่างกับปลาต้มดูเข้ากันได้ดีกับข้าวอบ อย่างปลาชิชาโมะหรือซาบะย่างเกลือ จะมีรสชาติค่อนข้างเบา ช่วยเพิ่มรสชาติของข้าวอบให้อร่อยยิ่งขึ้น

ทีมทำกับข้าวหลัก

“ถ้าข้าวอบมีรสโชยุ จะทำกับข้าวเป็นรสเค็มจากเกลือหรือรสมายองเนส แต่ถ้าข้าวอบเป็นรสเกลือ จะทำกับข้าวเป็นรสโชยุหรือรสซอส เป็นพวกของทอด”

 

“ที่บ้านฉันตกลงกันว่าจะกินข้าวอบกับคร็อกเก้”

“กุ้งทอด ซุปมิโซะ”

“เทมปุระล่ะมั้ง”

ข้าวอบโดยมากนิยมใช้ซุปดาชิหรือโชยุเป็นเบส ทำให้มีรสชาติในตัว หากกินกับกับข้าวที่มีรสเข้มข้นอาจจะยิ่งทำให้มีรสจัดเกินไป บางคนจึงเลือกทานกับของทอดแทนอย่างคร็อกเก้ เทมปุระ อีกทั้งการมีกับข้าวที่มีรสชาติแตกต่างไปจากรสชาติของข้าวอบ ก็จะสามารถเพลิดเพลินกับรสชาติที่หลากหลายได้ในมื้อเดียว คุณแม่บ้านบางส่วนจึงชอบทำกับข้าวเพิ่มเมื่อกินข้าวอบ

ในบรรดาคุณแม่บ้านจาก mamastar มีทั้งคนที่ทำกับข้าวหลักและคนที่ทำแค่เครื่องเคียง หลากหลายเหตุผลกันไปตามความชอบ ความอร่อย หรือความอิ่มท้องของแต่ละคน ถ้าเป็นเพื่อนๆ ล่ะคะ เวลาทานข้าวอบจะทำกับข้าวอย่างอื่นเพิ่มด้วยหรือเปล่า ถ้าไม่เคยทานข้าวอบลองเปรียบเทียบกับข้าวผัดก็ได้ค่ะ ปกติทานแค่ข้าวผัดล้วนๆ หรือมีกับข้าวเครื่องเคียงอื่นๆ ด้วยไหม มาแชร์กันได้นะคะ ^^    สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

3 สะพานข้ามเกาะมิยาโกะจิมะพร้อมวิวอลังการที่พลาดไม่ได้ในโอกินาวะ

ท้องทะเลอันสวยงามของจังหวัดโอกินาวะ เป็นทัศนียภาพที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวได้เสมอ นอกเหนือจากทัศนียภาพทางธรรมชาติอันสวยงามแล้ว ภาพสะพานที่ทอดตัวยาวอยู่เหนือท้องทะเลของโอกินาวะก็เป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายรูปที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน โดยเฉพาะที่เกาะมิยาโกะจิมะนั้น มีสะพานสวยๆที่ถ้าใครได้มาถ่ายรูปที่นี่จะต้องได้ภาพสวยๆของวิวในสไตล์โอกินาวะกลับไปอย่างแน่นอน

สะพานอิเคมะ โอฮาชิ

สะพานอิเคมะ โอฮาชิ เป็นสะพานแห่งแรกในเกาะมิยาโกะจิมะที่เชื่อมระหว่างเกาะอิเคมะ ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะมิยาโกะจิมะ ทะเลบริเวณเกาะอิเคมะใสสวยงามมากๆ นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเส้นทางยอดนิยมของการขับรถชมธรรมชาติในโอกะนาวะเลยทีเดียว สะพานอิเคมะ โอฮาชิมีความยาวทั้งหมด 1,425 เมตร และเปิดให้บริการเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1992 ซึ่งในตอนนั้นถือเป็นสะพานที่ยาวที่สุดในจังหวัดโอกินาวะ

<Ikema ohashi>
ที่ตั้ง:Hiraraikema, Miyajima
ค่าผ่านทาง:ไม่มี
การเดินทาง:เดินทางด้วยรถจากสนามบิน Miyako ประมาณ 30 นาที

สะพานคุริมะ

สะพานคุริมะ เป็นสะพานที่สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมเกาะมิยาโกะจิมะถัดจากสะพานอิเคมะ โอฮาชิ ตั้งอยู่บริเวณตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะมิยาโกะจิมะ มีความยาวรวมทั้งสิ้น 1,690 เมตร เริ่มเปิดให้ใช้บริการเป็นครั้งแรกในปี 1995 ภาพน้ำทะเลที่มองเห็นจากสะพานคุริมะนั้นเป็นน้ำทะเลที่ใสอย่างเหลือเชื่อ ซึ่งทะเลที่มองเห็นได้จากที่นี่ก็คือทะเลที่ทอดยาวไปถึงด้านหน้าของหาดโยนาฮะ มาเอะฮามะ ที่ได้ชื่อว่ามีความสวยงามเป็นอันดับหนึ่งของทะเลทางฝั่งตะวันออก

<Kurima Ohashi>
ที่ตั้ง:Shimoji, Miyakojima, Okinawa
การเดินทาง:เดินทางด้วยรถจากสนามบินมิยาโกะประมาณ 15 นาที

อิราบุ โอฮาชิ

 

สะพานแห่งนี้เริ่มเปิดให้บริการในปี 2015 สามารถข้ามได้โดยไม่ต้องเสียเงิน และเป็นที่ภาคภูมิใจของชาวโอกินาวะด้วยความเป็นสะพานที่ยาวที่สุดในประเทศญี่ปุ่นกับความยาว 3,540 เมตร ด้วยจุดเด่นนี้ทำให้มีนักท่องเที่ยวแวะมาที่เยือนที่นี่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ถือเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเกาะมิยาโกะจิมะกันเลยทีเดียว ไม่เพียงแต่ความยาวของสะพานแห่งนี้เท่านั้นที่ทำให้นักท่องเที่ยวควรมาที่นี่สักครั้ง แต่ท้องทะเลอันสวยงามเบื้องล่างก็ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใครก็อยากจะมาถ่ายรูปด้วยสักครั้ง

<Irabu Ohashi>
ที่ตั้ง:Hirara Kugai, Miyakojima, Okinawa
การเดินทาง:เดินทางด้วยรถจากสนามบินมิยาโกะประมาณ 15 นาที

การขับรถชมความงามของท้องทะเลของโอกินาวาจากสะพานอันทอดยาวเหนือทะเลอันสวยงามก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการท่องเที่ยวจังหวัดโอกินาวะที่ไม่ควรพลาดเลยนะคะ ถือเป็นไอเดียในการเก็บภาพสวยๆของท้องทะเลโดยมีสะพานยาวสุดลูกหูลูกตาเป็นองค์ประกอบ ใครที่ชอบขับรถชิลๆชมความสวยงามสองข้างทางแล้วละก็ ต้องไปที่สะพานทั้ง 3 ของเกาะมิยาโกะจิมะกันดูนะคะ  สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

โรงแรมลอยน้ำ สัมผัสประสบการณ์เที่ยวเกาะร้างภายในหนึ่งคืน

จะเป็นอย่างไร เมื่อคุณตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองอยู่บนเกาะร้าง!? สามารถสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่แบบนี้ได้แล้ววันนี้…ที่จังหวัดนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น

โรงแรมลอยน้ำ

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2018 บริษัท HUIS TEN BOSH (ハウステンボス-HTB) บริษัทลูกของ H.I.S. เปิดโปรเจ็กต์ “โรงแรมลอยน้ำ” ที่จะพาคุณเดินทางไปยังเกาะร้างในยามค่ำคืน เมื่อตื่นเช้ามาก็จะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่บนเกาะร้างไร้ผู้คน ณ จังหวัดนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่นค่ะ

โดยห้องพักจะมีให้เลือกทั้งแบบตะวันตกและแบบญี่ปุ่นอย่างละ 1 ลำ ลักษณะเป็นทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6.4 เมตร เป็นห้องพักสองชั้น โดยชั้นแรกกว้าง 28 ตารางเมตร และชั้นสองกว้างประมาณ 5 ตารางเมตร

ตัวห้องพักทำจากพลาสติกเสริมไฟเบอร์ (FRP) และออกแบบมาให้ช่วยลดความโคลงเคลงเมื่ออยู่เหนือน้ำ เคลื่อนย้ายโดยการใช้เรือลาก ภายในมีทั้งห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ และพื้นที่อำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพียบพร้อม นอกจากนี้ยังสามารถจุคนได้มากที่สุดถึง 9 คน แต่หากต้องการพักค้างคืน กำหนดให้เข้าพักได้เพียง 2-3 คนเท่านั้นค่ะ

พาคุณเดินทางสู่เกาะร้างยามค่ำคืน

เมื่อตกกลางคืน จะเคลื่อนย้ายโรงแรมไปยังเกาะไร้ผู้คน ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 6.7 กิโลเมตร โดยใช้เรือลากขณะผู้เข้าพักกำลังดื่มด่ำบรรยากาศในตอนกลางคืน หรือแม้แต่ในขณะที่หลับอยู่! ตื่นเช้ามาก็จะพบว่าถึงเกาะร้างแล้ว เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ที่หาไม่ได้ง่าย ๆ เลยล่ะค่ะ    สล็อตเว็บตรง